ปราชญ์ทั้งหลายสอนไว้ว่า"คบคนพาลพาลพาไปหาผิด" นิสัยของคนพาลนนั้น ชอบการทะเลาะวิวาท ชกต่อย ชอบความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยพละกำลังเหมือนสัตว์ป่า การคบคนพาลจึงเป็นเหตุแห่งทุกข์
-
ทำให้ทำชั่ว ทำผิด อันนำมาซึ่งโทษภัย
-
ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกติฉินนินทาว่าร้ายต่างๆ นานา
-
ถูกดูหมิ่น ดูแคลน ดูถูกเหยียดหยามจากผู้อื่น
-
พาทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ ทำตัวเกเร ประพฤติตัวเหลวไหล ไร้สาระ
-
หมดคนนับถือ ไม่มีสง่าราศี ไม่อาจหาญในที่ชุมชน
-
หมดที่พึ่งทั้งทางโลกนี้และโลกหน้า
-
ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
-
เมื่อละโลกไปแล้วย่อมไปสู่อบายภูมิอย่างแน่นอน
-
ย่อมเป็นทุกข์ทุกเมื่อ แม้หลับก็ฝันร้าย
-
เป็นที่เกลียดชังของคนทั่วไป
คนพาล หมายถึง คนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆ และมีวินิจฉัยเสีย คือไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร
ลักษณะคนพาล
1.ชอบคิดชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ
2. ชอบพูดชั่วต่ำเ็ป็นปกติวิสัย ได้แก่ พูดบด พูดหยาบ พูดส่อเสียดยุยง พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ
3. ชอบทำชั่วเป็นปกติวิสัย ได้แก่ เกะกะเกเร ชอบล้างผลาญชีวิตคนและสัตว์ ลักทรัพย์ ฉุดคร่าอนาจาร ฯลฯ
ประเภทของคนพาล
1. พาลภายนอก คือคนพาลทั่วไป สามารถหาทางหลีกเลี่ยงได้
2. พาลภายใน คือตัวเราเองขณะที่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว
โทษของการคบคนพาล
1. ย่อมถูกชักจูงนำไปในทางที่ผิด
2. ย่อมเกิดความหายนะ การงานล้มเหลว
3. ย่อมถูกมองในแง่ร้าย ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป
4. ย่อมอึดอัดใจ เพราะคนพาลแม้เราพูดดีๆ ด้วยก็โกรธ
5. หมู่คณะย่อมแตกความสามัคคี เพราะการยุยงและไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย
6. ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไหลเข้ามาหาตัว
7. เมื่อละโลกแล้ว ย่อมมีอบายภูมิเป็นที่ไป
"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ให้ผล คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง เมื่อใดบาปให้ผลคนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น"
*มงคลชีวิต ข้อที่ 1 ไม่คบคนพาล