หน้าหลัก

 
คิดดี ทำดี
กล้องดิจิตอล
วิธีการถนอมดวงตา
เรื่องกล้วย ๆ แต่ไม่กล้วย
ตาบอดจากต้อกระจก
หัวเราะบำบัด...อา อา อา
มันสมอง
หลับสบาย...ท่าไหนดี
ไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
ทุกข์
ปัญญา สัมมาทิฏฐิ
สติ
ไวรัสคอมพิวเตอร์
การคิด
วิธีคิด
ดูแล..หัวใจ
น้ำ..หล่อเลี้ยงชีวิต
นิ้วล็อก"ไม่ธรรมดา"
สมองซีกซ้าย-ขวา
การทำสมาธิ
สเปคคอม..ประหยัดคุ้มค่า
กำลังใจ
ความโกรธ
อะเสวะนา จะ พาลานัง
ปัณทิตานัญจะ เสวะนา
วัณโรค
ความต้องการ
ปูชา จะ ปูชะนียานัง
ความสำเร็จในงาน
ความสามารถในงาน
ความสามารถในตนเอง
ความสามารถฯใช้ความคิด
ความสามารถฯดำรงชีวิต
ปัญหาและการตัดสินใจ
ตรวจสอบน้ำผึ้งแท้
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ
คาระโว จะ
นิวาโต จะ
ไข้หวัดใหญ่ฯ 2009
เศรษฐกิจพอเพียง
วิธีหาความสุข
อาหารสมอง
ประวัติเพลงชาติไทย
ข้าวกับพระมหากษัตริย์ิ
ประวัติข้าว
ประวัติจักรยาน
การต่อสู้ในชีวิต
ขันตี จะ มีความอดทน
โสวะจัสสะตา เป็นคนว่าง่ายสอนง่าย
อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
มีบุญวาสนามาก่อน
คุณค่า
เครื่องตัดหญ้า
การกราบพระรัตนตรัย
ผู้ชี้ขุมทรัพย์
โรคภูมิแพ้
สติ...บำบัด
เคล็ด(ไม่)ลับ...สุขภาพดี
ผลกระทบที่เกิดจากฮอร์โมน...เปลี่ยนแปลง
 
 

hit counter

พอเพียง เพื่อเพียงพอ

ตามรอยพ่อด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่๙ ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อวันเฉลิมพระชนพรรษา 4 ธันวาคม 2540 ซึ่งได้มีการขานรับนำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติกันหลายหน่วยงาน แต่คนส่วนมากมักเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของเกษตรกรในชนบทเท่านั้น แต่แท้ที่จริงผู้ประกอบอาชีพอื่น เช่น พ่อค้า ข้าราชการ และพนักงานบริษัทต่างๆ สามารถนำแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ได้

...ทรงได้มีมหากรุณาธิคุณ อธิบายเพิ่มเติมว่า

"...ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงและทำให้เศษหนึ่งส่วนสี่เท่านั้นจะพอนั้น ไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ..."

จากนั้น ได้ทรงขยายความ คำว่า"พอเพียง"เพิ่มเติมต่อไปว่า หมายถึง "พอมีพอกิน"

"...พอมีพอกิน ก็แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี..."

"...ประเทศไทยสมัยก่อนนี้ พอมีพอกิน มาสมัยนี้อิสระ ไม่มีพอมีพอกิน จึงจะต้องเป็นนโยบายที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้ทุกคนพอเพียงได้ พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ..." ทรงเปรียบเทียบคำว่าพอเพียงกับคำว่า Self-Sufficiency ว่า

"...Self-Sufficiency นั้น หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง...เป็นไปตามที่เค้าเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง..."

จากพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมิได้จำกัดเฉพาะของเกษตรกรหรือชาวไร่ชาวนาเพียงเท่านั้น แต่เป็นเศรษฐกิจของทุกคน ทุกอาชีพ ทั้งที่อยู่ในเมืองและอยู่ในชนบท เช่น ผู้ทีเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม และบริษัทในระบบเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าจะต้องขยายกิจการเพราะความเจริญเติบโตจากเนื้อของงาน โดยอาศัยการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือหากจะกู้ยืมก็กระทำตามความเหมาะสม ไม่ใช่กู้มาลงทุนจนเกินตัวจนไม่เหลือที่มั่นให้ยืนอยู่ได้ เมื่อภาวะของเงินผันผวน ประชาชนก็จะต้องไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว สำหรับเกษตรกรนั้นก็ทำไร่ทำนา ปลูกพืชแบบผสมผสานในที่แห้งแล้งตามแนว"ทฤษฎีใหม่" ได้สำเร็จ หากไม่มีความพอประมาณในใจตน นึกแต่จะซื้อรถปิคอัพคันใหม่ หรือเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ อยู่ร่ำไป ก็ย่อมไม่ถือว่าประพฤติตนอยู่ในระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นพระราชดำรัสที่พระราชทานให้ประชาชนดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพที่สมบูรณ์ศานติสุข โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ และใจตนเป็นที่สำคัญ ซึ่งที่พระองค์ทรงรับสั่งมานั้น แท้ที่จริง คือ วิถีชีวิตไทยนั่นเอง วิถีชีวิตไทยที่ยึดเส้นทางสายกลางของความพอดี

การปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

1.ยึคความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีวิตอย่างจริงจัง

2.ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนในการดำรงชีวิตก็ตาม

3.ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าขายประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรงดังอดีต

4.ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นควาทุกข์ยากครั้งนี้ โดยต้องขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้เกิดมีรายได้เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ

5.ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งยั่วกิเลสให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ด้วยสังคมไทยที่ล่มสลายลงในครั้งนี้ เพราะยังมีบุคคลจำนวนมิใช่น้อยที่ดำเนินการโดยปราศจากละอายต่อแผ่นดิน ทรงย้ำเน้นว่าคำสำคัญที่สุดคือคำว่า"พอ" ต้องสร้างความพอที่สมเหตุสมผลให้กับตัวเองให้ได้และเราก็จะพบความสุข

 

ที่มา: วารสารมูลนิธิชัยพัฒนา

 

 
Top!
Top!