หน้าหลัก

 
คิดดี ทำดี
กล้องดิจิตอล
วิธีการถนอมดวงตา
เรื่องกล้วย ๆ แต่ไม่กล้วย
ตาบอดจากต้อกระจก
หัวเราะบำบัด...อา อา อา
มันสมอง
หลับสบาย...ท่าไหนดี
ไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
ทุกข์
ปัญญา สัมมาทิฏฐิ
สติ
ไวรัสคอมพิวเตอร์
การคิด
วิธีคิด
ดูแล..หัวใจ
น้ำ..หล่อเลี้ยงชีวิต
นิ้วล็อก"ไม่ธรรมดา"
สมองซีกซ้าย-ขวา
การทำสมาธิ
สเปคคอม..ประหยัดคุ้มค่า
กำลังใจ
ความโกรธ
อะเสวะนา จะ พาลานัง
ปัณทิตานัญจะ เสวะนา
วัณโรค
ความต้องการ
ปูชา จะ ปูชะนียานัง
ความสำเร็จในงาน
ความสามารถในงาน
ความสามารถในตนเอง
ความสามารถฯใช้ความคิด
ความสามารถฯดำรงชีวิต
ปัญหาและการตัดสินใจ
ตรวจสอบน้ำผึ้งแท้
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ
คาระโว จะ
นิวาโต จะ
ไข้หวัดใหญ่ฯ 2009
เศรษฐกิจพอเพียง
วิธีหาความสุข
อาหารสมอง
ประวัติเพลงชาติไทย
ข้าวกับพระมหากษัตริย์ิ
ประวัติข้าว
ประวัติจักรยาน
การต่อสู้ในชีวิต
ขันตี จะ มีความอดทน
โสวะจัสสะตา เป็นคนว่าง่ายสอนง่าย
อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
มีบุญวาสนามาก่อน
คุณค่า
เครื่องตัดหญ้า
การกราบพระรัตนตรัย
ผู้ชี้ขุมทรัพย์
โรคภูมิแพ้
สติ...บำบัด
เคล็ด(ไม่)ลับ...สุขภาพดี
ผลกระทบที่เกิดจากฮอร์โมน...เปลี่ยนแปลง
 
 

hit counter

"ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา"

มีบุญวาสนามาก่อน

 

"ผลไม้พันธุ์เลว ถึงจะใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดินดีอย่างไรก็ตาม อย่างมากก็ทำให้มีผลดกขึ้นบ้าง แต่จะทำให้มีรสโอชาขึ้นกว่าเดิมนั้นยาก ตรงกันข้าม ผลไม้พันธุ์ดี แม้รดน้ำพรวนดินเพียงพอประมาณ ก็ให้ผลมากเกินคาด รสชาติก็โอชา เช่นกัน ผู้ที่ไม่ได้สั่งสมคุณความดีมาก่อน เมื่อประกอบกิจใดๆ ถึงขยันขันแข็งสักปานไหน ผลแห่งความดีกว่าจะปรากฏเต็มที่ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและเสียเวลามาก ส่วนผู้ที่สั่งสมคุณความดีมาก่อน เมื่อทำความดีผลดีย่อมปรากฏเต็มที่ทันตาเห็น ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าเหนือกว่าบุคคลทั้งหลายได้อย่างน่าอัศจรรย์"

 

บุญ คือ อะไร?

บุญ คือ สิ่งซึ่งเกิดขึ้นในจิตใจแล้วทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี เกิดขึ้นจากการที่ใจสงบทำให้เลือกคิดเฉพาะสิ่งที่ดี ที่ถูก ที่ควร ที่เป็นประโยชน์ แล้วพูดดี ทำดี ตามที่คิดนั้น

บุญเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลปรุงแต่งใจของเราให้มีคุณภาพดีขึ้น คือตั้งมั่นไม่หวั่นไหว บริสุทธิ์ผุดผ่องสว่างไสว โปร่งโล่ง ไม่ิึอึดอัด อิ่มเอิบ ไม่กระสับกระส่าย ชุ่มชื่นเบาสบาย ผ่อนคลายไม่ตึงเครียด นุ่มนวลควรแก่การงาน และบุญที่เิกิดขึ้นนี้ยังสามารถสะสมไว้ในใจได้อีกด้วย

 

คุณสมบัติของบุญ

1.ชำระกาย วาจาใจ ให้สะอาดได้

2.นำความสุขความเจริญก้าวหน้ามาให้

3.ติดตามตนไปทุกฝีก้าว แม้ไปเกิดข้ามภพข้ามชาติ

4.เป็นของเฉพาะตน ใครทำใครได้ โจรลักขโมยไม่ได้

5.นำมาซึ่งโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย

6.ให้มนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ นิพพานสมบัติ แ่ก่เราได้

7.เป็นเกราะป้องกันภัยในวัฏฏสงสาร

8.เป็นปัจจัยให้บรรลุมรรคผลนิพพาน

 

ประเภทของของบุญในกาลก่อน

บุญในกาลก่อนแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

1.บุญช่วงไกล คือคุณความดีที่เราทำจากภพชาติก่อน มาจนถึงวันคลอดจากครรภ์มารดา

2.บุญช่วงใกล้ การสั่งสมความดีมาแต่ภพชาติก่อน ส่งผลให้เราเห็นในปัจจุบัน เปรียบเทียบเสมือนผลไม้ที่คัดพันธ์มาดีแล้ว รสโอชะของมันย่อมติดตามมาในเมล็ด เมื่อนำเมล็ดมาปลูก ต้นของมันย่อมให้ผลที่รสอร่อยทัีนทีโดยไม่ต้องทะนุบำรุงมาก คนเราก็เช่นกัน ถ้ามีอดีตชาติสะสมความดีมามากพอ เกิดมาชาตินี้ก็เป็นคนใจใส ใจสะอาดบริสุทธิ์มาตั้งแต่เด็ก มีสติปัญญาดีมาแต่กำเนิด รูปร่างสง่างาม ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีโอกาสสร้างความดีได้มากกว่าคนทั้งหลาย ถ้าไม่ประมาทหมั่นสะสมความดีในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอีก ก็จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าประมาทไม่เอาใจใส่การทำความดีในปัจจุบันก็เปรียบเสมือนต้นไม้ยอดด้วน ยากที่จะเจริญเติบโตต่อไปได้

บุญช่วงใกล้ คนที่ทำความดีตั้งแต่เล็กเรื่อยมา เช่น ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนขยันหมั่นเพียร คบคนดีเป็นมิตร ฝึกใจให้ผ่องใสมาตั่งแต่เด็ก ความคิด คำพูด การทำงาน ยอ่มดีกว่าบุคคลอื่นในวัยเดียวกัน เมื่อเติบโตขึ้น ย่อมมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าผู้อื่น

เพราะฉะนั้นเราจึงควรสั่งสมบุญ โดยทำความดีเสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ส่งผลให้มีสติปัญญาดี มีความเฉลียวฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดในการทำความดี มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่อไปในอนาคต

 

ผลของบุญ

บุญเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีผลกับตัวเรา 4 ระดับ คือ

1. ระดับจิตใจ เป็นบุญที่เกิดผลทันที คือทำความดีปุ๊บก็เกิดปั๊บ ไม่ต้องรอชาติหน้า เกิดขึ้นเองในใจของเรา ทำให้...

-สุขภาพทางใจดีขึ้น คือมีใจเยือกเย็น ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อคำยกยอหรือตำหนิติเตียน มีใจที่ปลอดโปร่ง เบาสบาย เป็นสุข

-สมรรถภาพของใจดีขึ้น คือเป็นใจที่สะอาดผ่องใส ให้คิดเรื่องราวต่างๆ ได้รวดเร็ว ว่องไว ลึกซึ่ง กว้างไกล รอบคอบ เป็นระเบียบ และตัดสินใจได้ฉับพลันถูกต้องไม่ลังเล

2.ระดับบุคลิกภาพ คนที่ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีใจที่สงบ แช่มชื่น เบิกบาน ชุ่มเย็น นอนหลับสบาย ไม่มีความอยากได้ของใคร ไม่คิดสร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่คิดช่วยเหลือเขา จึงมีความมั่นใจในตัวเอง มีความองอาจสง่างามอยู่ในตัว ไปถึงไหนก็สามารถวางตัวได้พอเหมาะพอดี บุคลิกภาพย่อมดีขึ้นเป็นลำดับ

3.ระดับวิถีชีวิต วิถีของคนเรา เกิดจากการสรุปผลบุญและผลบาปที่เราได้ทำมาตั้งแต่ภพชาติก่อนๆ จนถึงภพชาติปัจจุบัน เป็นผลของบุญระดับจิตใจและระดับบุคลิกภาพรวมกัน ชักนำให้เราได้รับส่ิงที่น่าปรารถนา ตอบสนองมากจากภายนอก เช่นได้รับลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่การที่เราทำดีแล้ววิถีีชีวิตของเราจะดีเต็มที่หรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับบุญเก่าหรือบาปในอดีตที่เราเคยทำไว้ด้วย เรื่องการให้ผลของบุญและบาป จึงเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน เช่น บางครั้งขณะที่เราตั้งใจทำความดีอยู่ แต่ผลบาปในอดีตตามมาทัน ทำให้ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือประสบเคราะห์กรรม บางคนจึงเข้าใจผิด คิดว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำให้หมดกำลังใจในการทำความดี

แท้จริงแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในขณะนั้น ผลบาปที่เราเคยทำในอดีตกำลังส่งผลอยู่ แต่บุญที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันย่อมไม่ไร้ผล เมื่อเราตั้งใจทำบุญต่อไปโดยไม่ย่อท้อ และไม่ทำบาปนั้นอีก เคราะห์กรรมนั่นย่อมหมดสิ้นไป และได้รับผลของบุญคือความสุข ความสำเร็จได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในที่สุด

4.ระดับสังคม เมื่อทำความดีมาแล้วอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะไปอยู่สังคมใด บุญก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับนับถือ ได้เป็นผู้นำของสังคมนั้น และจะเป็นผู้ชักนำสมาชิกในสังคมให้ทำความดีตามอย่าง ทำให้เกิดความสงบร่มเย็น และความเจริญก้าวหน้าขึ้นในสังคมนั้นๆ โดยลำดับ

 

ตัวอย่างของผลบุญ

ผู้ที่มีอายุยืน เพราะในอดีตไม่(ยุยงส่งเสริม)ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

ผู้ที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เพราะในอดีตไม่รังแกหรือทรมานสัตว์

ผู้ที่มีพลานามัยสมบูรณ์ เพราะในอดีตให้ทานด้วยข้าวปลาอาหารมามาก

ผู้ที่มีผิวพรรณงาม เพราะในอดีตรักษาศีล และทานด้วยเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมามาก

ผู้ที่มีอำนาจมีคนเกรงใจ เพราะในอดีตมีมุทิตาจิต ใครทำความดีก็อนุโมทนา ไม่อิจฉาริษยาโคร

ผู้ที่ร่ำรวยมีโภคทรัพย์มาก เพราะในอดีตให้ทานมามาก

ผู้ที่เกิดในตระกูลสูง เพราะในอดีตบูชาบุคคลที่ควรบูชามามาก

ผู้ที่ฉลาดมีสติปัญญาดี เพราะในอดีตคบบัญฑิต ฝึกสมาธิเจริญภาวนามามากและไม่ดื่มสุรายาเมา

 

วิธีทำบุญ

การทำความดีทุกอย่างล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้น แต่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและนำไปปฏิบัติพระสัมมสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งวิธีทำบุญออกเป็น 10 ประการ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ได้แก่

1.ทาน คือ การบริจาคทรัพย์สิ่งของแ่ก่ผู้ที่ควรให้

2.ศีล คือ การสำรวมกาย วาจา ให้สงบเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แต่ตนเองและผู้อื่น

3.ภาวนา คือ การสวดมนต์ทำสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ

4.อปจายนะ คือ การมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม

5.เวยยาวัจจะ คือ การขวยขวานช่วยเหลือในกิจที่ชอบ

6.ปัตติทานะ คือ การอุทิศส่วนบุญแต่ผู้อื่น

7. ปัตตานุโมทนา คือ การอนุโมทนาบุญที่ผู้ือื่นทำ

8. ธัมมัสสวนะ คือ การฟังธรรม

9.ธัมมเทสนา คือ การแสดงธรรม

10. ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง

บุญกิริยาวัตถุ 10 นี้ อาจสรุปลงในบุญกิริยาวัตถุ 3 ได้ดังนี้

-ทาน ได้แก่ ทานปัตติทานะ ปัตตานุโมทนาเป็นการฆ่าความตระหนี่ออกจากใจ

-ศีล ได้แก่ ศีล อปจายนะ เวยยาวัจจะ เป็นการป้องกันตนไม่ให้ทำชั่ว

-ภาวนา ได้แก่ ภาวนา ธัมมัสสวนะ ธัมมเทศนา เป็นการฝึกตัวเองให้ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดพิจารณาวินิจฉัย มีสติปัญญาในทางที่ดี

 

บุญวาสนาไม่ใช่อภินิหาร

บุญว่าสนาไม่ใช่อภินิหาร แต่สามารถอธิบายด้วยหลักเหตุผลได้ดังนี้ คนที่จิตสั่งสมแต่บาปหรือความชั่ว จะทำให้ใจมืดมัว กิเลสต่างๆ เข้ายึดครองใจได้ง่าย ทำให้เกิดผลร้ายต่อตนเอง เช่น เวลาโกรธจัด ความโกรธเข้ายึดครองใจ ทำให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ระบบสูบฉีดเลือดผันแปร โลหิตมีการเผาไหม้มาก เกิดอาการร้อนผ่าวตั้งแต่หน้าอกจรดใบหน้า ความร้อนจะทำให้ผิวหยาบกร้าน ไม่มีน้ำมีมีนวล อาหารไม่ย่อย ท้องอืด เกิดความเครียด คนโกรธง่ายจึงเป็นคนเจ้าทุกข์ หงุดหงิด พูดจาห้วแบบมะนาวไม่มีน้ำ เวลาโกรธจะขาดสติคิดอ่านการใดก็ผิดผลาดได้ง่าย

ส่วนคนที่จิตสั่งสมแต่บุญหรือความดี จะทำให้ใจผ่องใสอยู่เป็นปกติกิเลสต่างๆ เข้ายึดครองใจได้ยาก เพราะมีสติคอยควบคุมใจไว้ สามารถสอนตนเองและตักเตือนตนเองไม่ให้ทำความชั่วได้ จึงมีจิตใจที่สงบเยือกเย็น สดชื่นผ่องใส ระบบการทำงานของร่างกายก็เป็นปกติ มีผิวพรรณงาม เสียงไพเราะ กิริยาน่ารัก คิดอ่่านการใดก็แจ่มใส ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้ง่าย

 

ข้อเตือนใจ

เมื่อทราบว่าการทำบุญเป็นการสั่งสมความดีไว้เพื่อตนเองแล้ว เราจึงไม่ควรประมาทในการทำบุญ ควรทำบุญเท่าที่กำลังความสามารถจะอำนวย ผู้ที่ได้สั่งสมบุญมาดีแล้วแต่เพิกเฉยในการทำบุญเพิ่ม เปรียบเสมือนชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลิตผลแล้วแจกจ่ายขายกินหมด ไม่เหลือไว้ทำพันธุ์ต่อไปภายหน้าเลย เขาย่อมเดือดร้อนในฤดูกาลทำนาครั้งต่อไป

ความดีทุกอย่างที่เราทำไว้ แม้จะไม่ให้ผลในปัจจุบันทันตาก็ไม่สูญเปล่าความดีเหล่านั้นจะรวมกันเข้าปรุงแต่งจิตใจให้ดีขึ้น สิ่งนี้แหละคือ บุญวาสนา

เราจึงควรเร่งสร้างความดีเสียแต่บัดนี้ โดยหมั่นศึกษาวิชาการ ฝึกฝนตนเองทั้งด้านการปรับปรุงคำพูด ความขยันขันแข็ง ทำการงานให้ดีขึ้น และพยายามฝึกใจให้ผ่องใส ด้วยการหมั่นทำทานรักษาศีล เจริญภาวนาอย่างสม่ำเสมอ คนเช่นนี้จึงเป็นคนมีบุญวาสนาที่แท้จริง

 

อานิสงค์การมีบุญวาสนามาก่อน

1.ทำให้้มีปัจจัยต่างๆพร้อม สามารถทำความดีใหม่ได้โดยง่าย

2.อำนวยประโยชน์ทุกอย่างดังได้กล่าวมาแล้ว

3.เป็นต้นเหตุแห่งความสุขทุกประการ

4.เป็นเสบียงติดตัวทั้งภพนี้ภพหน้า จนกว่าจะบรรลุมรรคผลนิพพาน

ฯลฯ

 

"น้ำหยดทีละหยด ยังสามารถเต็มตุ่มได้ฉันใด บัญฑิตหมั่นสั่งสมบุญทีละน้อย ย่อมเต็มเปี่ยมด้วยบุญฉันนั้น"

 

*มงคลชีวิต ข้อที่๕

 
Top!
Top!